การคุมกำเนิดคืออะไร
การคุมกำเนิด คือ วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ยังไม่พร้อม โดยช่วยให้ผู้หญิงสามารถวางแผนครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ควรพิจารณาจาก
- อายุ
- สุขภาพ
- ความสะดวกในการใช้งาน
- ระยะเวลาที่ต้องการคุมกำเนิด
- คำแนะนำจากแพทย์
ความสำคัญของการคุมกำเนิด
การคุมกำเนิดมีความสำคัญมากกว่าการป้องกันการตั้งครรภ์ ได้แก่
- ลดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม
- ลดความเสี่ยงจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย
- ช่วยวางแผนครอบครัวอย่างมีคุณภาพ
- ลดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพของมารดา
- บางวิธีช่วยลดปวดประจำเดือน ลดเลือดออกมากผิดปกติ
ชนิดของการคุมกำเนิดที่นิยม
- การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
- ถุงยางอนามัย
- ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน
- ฉีดยาคุมกำเนิด 1 เดือน / 3 เดือน
- การคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร
- ฝังยาคุมกำเนิด
- ห่วงคุมกำเนิด
- การคุมกำเนิดแบบถาวร
- ทำหมันหญิง / ทำหมันชาย
สนใจปรึกษาการคุมกำเนิดชนิดต่างๆกับแพทย์ที่ศิริมาราคลินิกเวชกรรม ทักแชทหรือโทรมาได้เลยค่ะ
การฉีดยาคุมกำเนิด (Injectable Contraception)
ฉีดยาคุมกำเนิด 1 เดือน
- ฉีดทุก 4 สัปดาห์
- มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
- ประจำเดือนมักมาสม่ำเสมอ
- ข้อดี
- ไม่ต้องกินยาทุกวัน
- ประสิทธิภาพสูง
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมรอบเดือน
- ข้อเสีย
- ต้องมาฉีดตรงเวลา
- อาจคลื่นไส้ เจ็บคัดเต้านมในช่วงแรก
ฉีดยาคุมกำเนิด 3 เดือน
- ฉีดทุก 12 สัปดาห์
- มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
- ข้อดี
- สะดวก ฉีดปีละ 4 ครั้ง
- เหมาะกับผู้ที่ให้นมบุตร
- ประสิทธิภาพสูง
- ข้อเสีย
- ประจำเดือนอาจมากะปริดกะปรอย หรือไม่มา
- หลังหยุดฉีด อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าประจำเดือนจะกลับมา
สนใจปรึกษาการฉีดยาคุมกำเนิดกับแพทย์ที่ศิริมาราคลินิกเวชกรรม ทักแชทหรือโทรมาได้เลยค่ะ
การฝังยาคุมกำเนิด (Implant Contraception)
การฝังยาคุมกำเนิด คือ วิธีคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยแพทย์จะฝังแท่งฮอร์โมนขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน ทำหน้าที่ปล่อยฮอร์โมนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
เป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดที่มี ประสิทธิภาพมากกว่า 99% และไม่ต้องกังวลเรื่องลืมกินยา หรือลืมมาฉีดยาคุม
กลไกการออกฤทธิ์ของยาฝังคุมกำเนิด
ยาฝังคุมกำเนิดออกฤทธิ์โดย
– ยับยั้งการตกไข่
– ทำให้มูกปากมดลูกเหนียว อสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกได้ยาก
– ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบาง ไม่เหมาะต่อการฝังตัว
ชนิดของยาฝังคุมกำเนิดที่ใช้ในประเทศไทย
ปัจจุบัน ยาฝังคุมกำเนิดที่นิยมใช้ ได้แก่
– Implanon (Implanon NXT)
– Jadelle
ทั้งสองชนิดเป็นยาฝังคุมกำเนิดที่ผ่านการรับรอง มีความปลอดภัยสูง และใช้กันอย่างแพร่หลาย
Implanon
Implanon เป็นยาฝังคุมกำเนิดชนิดแท่งเดียว มีฮอร์โมน Etonogestrel ผลิตจากพลาสติกอ่อน ยืดหยุ่น
| ข้อมูลสำคัญ | |
| จำนวนแท่ง | 1 แท่ง |
| ฮอร์โมน | Etonogestrel |
| ระยะเวลาคุมกำเนิด | 3 ปี |
| ประสิทธิภาพ | >99% |
- ข้อดี
- ปล่อยฮอร์โมนสม่ำเสมอ
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะกลาง
- ข้อควรทราบ / ข้อเสีย
- ประจำเดือนอาจมาไม่สม่ำเสมอ
- อาจมีเลือดกะปริดกะปรอยในช่วงแรก
Jadelle
Jadelle เป็นยาฝังคุมกำเนิดชนิด 2 แท่ง มีประวัติการใช้งานยาวนาน และมีข้อมูลความปลอดภัยสูง
| ข้อมูลสำคัญ | |
| จำนวนแท่ง | 2 แท่ง |
| ฮอร์โมน | Levonorgestrel |
| ระยะเวลาคุมกำเนิด | 5 ปี |
| ประสิทธิภาพ | >99% |
- ข้อดี
- คุมกำเนิดได้นานถึง 5 ปี
- คุ้มค่าในระยะยาว
- ฮอร์โมนค่อยๆ ลดลงตามเวลา
- ข้อควรทราบ / ข้อเสีย
- ขั้นตอนฝังและถอดซับซ้อนกว่า
- ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์
- ประจำเดือนอาจผิดปกติได้เช่นกัน
ใครบ้างที่เหมาะกับการฝังยาคุมกำเนิด
- ผู้ที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในระยะยาว
- ผู้ที่ลืมกินยาคุมบ่อย
- ผู้ที่ให้นมบุตร
- ผู้ที่ไม่สะดวกมาพบแพทย์บ่อย
- ผู้ที่ต้องการวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง
ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนฝัง
- ผู้ที่สงสัยว่าตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตันรุนแรง
- ผู้ที่มีโรคตับรุนแรง
- ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
ขั้นตอนการฝังยาคุมกำเนิด
- แพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณต้นแขน
- ฝังยาคุมใต้ผิวหนัง ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที
- ปิดแผลเล็ก ไม่ต้องเย็บ
- สามารถกลับบ้านได้ทันที
สนใจปรึกษาการฝังยาคุมกำเนิดกับแพทย์ที่ศิริมาราคลินิกเวชกรรม ทักแชทหรือโทรมาได้เลยค่ะ
เลือกวิธีคุมกำเนิดแบบไหนดีที่สุด?
ไม่มีวิธีใดที่ “ดีที่สุดสำหรับทุกคน”
แต่มีวิธีที่ เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพและเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและเหมาะกับคุณมากที่สุด






